วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วู๊ดดี้เกิดมาคุย ณัฐพล จุฬางกูร

รายการ วู๊ดดี้...เกิดมาคุย ในช่วงแรก (กรณีวีดีโอเสียหาย อ่านข้อความทั้งหมดได้ด้านล่าง)
                แขกรับเชิญเป็นนักธุรกิจหนุ่มสุดฮอต ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่ไม่ยอมเปิดตัวกับรายการไหนมาก่อนรายการวู๊ดดี้จะไม่บอกนามสกุลและครอบครัวของเขาว่าคือใคร เขาอายุเพียง 35 ปี ตอนนี้เขามีทุกอย่าง!!
                ถ้าใครได้ผ่านไปที่สี่แยกบางนา  จะได้เห็นสิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่ อลังการ ที่เรานึกไปถึงปราสาทสไตล์ยุโรปในภาพยนตร์ แฮรรี่พอตเตอร์ และ ในคืนนี้วู๊ดดี้จะพาไปพบกับเจ้าของสถานที่แห่งนี้  ซึ่งเขาเป็นหนุ่มนักธุรกิจวัยเพียง 35 ปี ที่กำลังฮอตสุดๆ แต่ไม่เคยมีโอกาสได้เปิดตัวทางโทรทัศน์ จนกระทั่งวันนี้...แต่วู๊ดดี้ยังไม่บอกว่าเขาเป็นใคร แต่ที่แน่ๆ เขาหล่อ เท่ห์ เป็นผู้ชายเรียบง่ายสบายๆ แถมหลงใหลในกีฬากอล์ฟอีกด้วยครับ
                วู๊ดดี้เมื่อพบกับเขาก็โผล่ตัวเขาจับมือ และกล่าวทักทายว่า ดีใจจริงๆ ที่มีโอกาสได้เจอตัวเป็นๆเสียทีเขาก็กล่าวรับคำทักทาย และกล่าวกลับไปว่า ยินดีเช่นกันครับ วู๊ดดี้หันไปมองสิ่งก่อสร้างมหึมาในสไตล์ยุโรปที่ตรงหน้า พอกลับพูดว่า  อลังการมากกก.. ผมไม่คิดว่า ในเมืองไทยจะมีโรงเรียนเหมือนฮฮกวอร์ต สุดยอดมาก..อันนี้ คือ คิดนานไหม กว่าจะลงมือสร้างให้มันเกิดขึ้นได้ เขาตอบกลับว่า ถ้าเป็น ลักษณะรูปลักษณ์ แบบนี้ คิดไม่นานนะครับ เพราะโจทย์ที่เราให้กับทางสถาปนิก ว่าเห็นปุ๊บ..ต้องรู้ได้ทันทีว่า เนี๊ยะ..เป็นโรงเรียนนานาชาติ เรามีโจทย์แค่นี้เอง แล้วสถาปนิกก็ออกแบบมามีลักษณะเป็นแบบนี้ เราไม่มีอะไรที่สูงไปกว่านี้ ได้สร้างในสิ่งที่เรารักและสิ่งที่ตัวเองชอบ ได้เล่นกีฬาที่เราชอบในที่ๆเรารัก ผมอิจฉาคุณมากก.. ( เราเองก็แอบอิจฉาเหมือนกัน 555 ) คงมีแต่คนพูดถึงคุณมากในช่วงนี้ ว่าคุณนั้นถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง เอาอย่างนี้ได้ไหมครับผ่านผมไปเดินเล่น ( รอบโรงเรียนนานาชาติ Berkeley ) หน่อยได้ไหมครับ ( ถ้าพี่วู๊ดดี้เดินไปเอง มีหวังต้องหลงทางแน่ๆ อิอิ ) ผมอยากรู้ว่า โรงเรียนของคุณ Berkeley มันวิเศษขนาดไหน คุณณัฐตอบว่า ยินดีครับ แล้วตรงไหนดีครับ ฝั่งนี้หรือฝั่งนี้ ทำท่าชี้ทาง คุณณัฐบอกว่า จากฝั่งน็นก่อนก็ได้ครับ และก็เริ่มเดินทัวร์รอบบริเวณ พร้อมกับพูดคุยไปด้วย
Woww..สวยมากกก.. ( วู๊ดดี้ พูดอย่างชื่นชม ) เนี๊ยะครับ คำที่เรา  เวลาการออกแบบ เราอยากให้คนได้ยินคำนี้แหละครับ ว้าวววๆๆ..สวยมากๆๆๆ เนี๊ยะครับคำที่เราต้องการ คือ ผมจะบอกว่า ถ้าใครได้มาเห็นแบบวู๊ดดี้ ต้องคิดแบบวู๊ดดี้ ว่า ว้าววว..สวยมากก และ ผมไม่คิดว่า คนอายุสามสิบสามสิบห้าอย่างคุณจะมาเป็นเจ้าของไง ผมว่าเจ้าของ น่าจะเป็นคนอายุประมาณซักห้าสิบหกสิบด้วยกัน วันนี้ที่ผมมา..นอกจากผมจะมาหาตัวคุณแล้ว ผมจะมาขอซักพันล้านได้ไหมครับคุณณัฐ ( อ้าวว..พี่วู๊ดดี้ ทำไมพูดงั้น แซวคุณณัฐ เล่นเฉยเลย 5555 ) ได้ๆๆ คุณณัฐ กล่าวตอบกลับแบบ ฮาๆเช่นกัน J เดี๋ยวผมจะทำยังไงก็ได้ที่จะทำให้ผมกลายเป็นเพื่อนซี้คุณภายในวันนี้ เพราะว่า มีคนหลายๆคนในโลกนี้ เขาฝัน เขาฝันว่า อยากจะทำนู้น ทำนี่ แต่มันไม่เป็นจริงซักที ผมว่า อย่างน้อย ที่เราคุยกัน เราจะสามารถจุดประกายให้คนบางคน สามารถเดินออกไป และทำให้ฝันของเขาเป็นจริงได้..อย่างคุณ ดีไหม ? คุณณัฐตอบอย่างเต็มใจและอย่างเสียงดังฟงัชัดว่า ดีครับ บางทีเขาอาจจะอายุสี่สิบแล้วก็ได้ แต่เขาอาจจะทำฝันเขายังไม่เป็นจริง คุณณัฐเสริมว่า วันนี้ เขาอาจจะหาความฝันของตัวเองเจอก็ได้นะ วู๊ดดี้กล่าวต่อว่า น้อยคนที่รู้ และผมเพิ่งรู้จากทีมงานว่า คุณมีหลายธุรกิจมาก ผมคิดว่า คุณเป็นเจ้าของธุรกิจโรงเรียนนี้อย่างเดียว ซึ่งเดี๋ยวผมต้องถามคุณหน่อยแล้วมามีอะไรบ้างนะคุณณัฐ ?
ทำไมถึงเลือกทำโรงเรียนนานาชาติ เพราะอะไร ? คุณณัฐตอบว่า เพราะว่าสิ่งแรกที่เราให้ความสำคัญ ก็คือ ในเรื่องของการศึกษา ถ้าการศึกษาดีก็เป็นการพัฒนาบุคลากรได้อย่างยั่งยืน และก็มันเป็นการทำตามเจตนารมณ์ของทางด้านคุณพ่อ คุณแม่ของณัฐ ซึ่งเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เขาสร้างทางด้านโรงเรียน จุฬางกูรวิทยา ขึ้น ก็เหมือนเป็นการเดินตามเจตนารมณ์ ทางด้านของคุณพ่อและคุณแม่ ส่วนที่ว่า ทำไมต้องเป็นโรงเรียนนานาชาติ ก็เพราะว่า เราอยากมีหลักสูตร ที่เป็นลักษณะ International ให้ทางด้านของเด็กเกิดการพัฒนา ภาพบรรยากาศจับที่สระว่ายน้ำของโรงเรียน วู๊ดดี้ พูดว่า  โอ้โห..นี่คุณทำสระว่ายน้ำที่โรงเรียนคุณ ยังกับรีสอร์ทเลยนะเนี่ย แล้วเด็กๆ เขาก็คงรู้สึกเหมือนเขาได้ไปเที่ยวนะซิ ? คุณณัฐตอบว่า         “ ใช่ๆวู๊ดดี้บอกว่า มันก็ชิวดีเหมือนกันนะคุณณัฐบอกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เด็กมาเนี่ย เหมือนสปอร์ตคอมเพล็กซ์ของเด็กไปในตัว ไม่ว่าจะเป็น สนามเด็กเล่นเอยที่ทางเราก็ออกแบบเอง ขณะที่พูดๆอยู่นั้น คุณวู๊ดดี้ ก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างในตัวของคุณณัฐ จึงถามขึ้นว่า เวลาที่ผมฟังคุณพูด ว่าz,ที่ไม่เคยคุยกับคุณมาก่อน ถึงจะรู้ว่า...แนวคิดคุณ ได้มันมาจากไหน ? หรือว่าคุณเรียนรู้มาจากใคร ? คุณณัฐตอบว่า เรียนรู้จากตัวเราเองเนี่ยแหละครับ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เพราะผมมีประสบการณ์มา 20 กว่าปี วู๊ดดี้ถามต่อว่า ถ้าหลักการในการใช้ชีวิตของคุณ ถ้าคุณสามารถสรุปให้ผมได้ภายในประโยคเดียว คุณพูดว่า ? คุณณัฐกล่าวว่า หลักการในการใช้ชีวิต นั่นก็คือ เดินตามความฝันของตัวเองวู๊ดดี้แย้งว่า หกพักหลัง คนมักบอกว่า มีความฝัน แต่ไปไม่ถึงซักที เพราะอะไร ? ” คุณณัฐตอบว่า เพราะเขาตั้งใจจริงหรือไม่ หรือว่า เขาแผนเป้าหมายชีวิตเนี่ย เขาแผนถูกหรือเปล่า หรือ เขาอาจจะหมดความมุ่งมั่นนั่นแล้ว
วู๊ดดี้กล่าวในรายการว่า แค่ดูแลบริหารโรงเรียนนานาชาติก็ถือว่า ยิ่งใหญ่อลังการแล้ว แต่ผมยังรู้มาอีกว่า คุณณัฐ ยังทำธุรกิจ อีกหลายอย่าง และก็มีพนักงานเป็นพันคน หนึ่งนักธุรกิจไฟแรงแบบคุณณัฐ จะต้องหาผู้ช่วยด้วยตัวเองเลยหรือเปล่า งานเยอะแยะมากมาย มันต้องมีผู้ช่วยมีเลขามีคนช่วยด้วยหรือเปล่า คุณณัฐตอบว่ามีครับ ตอนนี้เราก็กำลังเปิดรับสมัคร ผู้ช่วยผู้จัดการด้านการตลาด และการประชาสัมพันธ์อยู่เหมือนกัน กำลังหาอยู่ วู๊ดดี้ถามต่อว่า แล้วคุณจะรู้ได้ยังไง ว่าคนไหน ใช่ หรือไม่ใช่ คุณณัฐตอบว่า ผมก็ต้องสัมภาษณ์เองซิครับ ทุกอย่างรายละเอียดทุกอย่าง การสัมภาษณ์ผมจะลงด้วยตนเอง เพราะการสัมภาษณ์ผมก็จะทราบว่า แต่ละคนที่มาสมัครงานเนี๊ยะ มีความเหมาะสมกับตำแหน่งที่ผมรับหรือเปล่า เนี๊ยะแหละครับเป็นตัวที่เราจะสร้างความมั่นใจ สิ่งที่เรารับสมัครไป ก็คือ เป็นผู้ช่วยกับตัวของเราเอง เพราะฉะนั้นเราต้องเลือกด้วยตัวของเราเอง วู๊ดดี้กล่าวว่า ไม่แน่ผมอาจจะสมัครใหม่ก็ได้ คุณณัฐกล่าวเล่นๆรับไปว่า รออยู่เลยคุณวู๊ดดี้วู๊ดดี้พูดอย่างสนุกสนานว่า ถ้าผมตกงาน ผมขอเป็นผู้ช่วยคุณแล้วกัน วู๊ดดี้กล่าวในรายการว่า ได้คุยกับ คุณณัฐพลแล้ว ไม่แปลกใจเลยครับ ว่าด้วยวัย 35 ปี กับมาดนักธุรกิจหนุ่มสุดเนียบหน้าตาและความคิด จนความฮอตของเขาทำให้ได้ร่วมงานกับ เคน ธีรเดช มาแล้วด้วยครับ ได้ข่าวว่าล่าสุดนี้ คุณณัฐเนี๊ยะไปกระทบไหล่กับเคน ธีรเดช ไม่ใช่หรือครับ ? คุณณัฐตอบว่า ใช่ครับ วู๊ดดี้ถามหยอกๆต่อว่า เป็นอย่างไรบ้าง ได้เป็น ซุปเปอร์สตาร์แล้วหนิ คุณณัฐตอบว่า ตอนแรก การที่ได้รู้ว่าไปร่วมงานกับทางด้านของคุณเคน ธีรเดช เนี๊ยะ ผมก็รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะว่า คุณเคน เนี๊ยะ เขาเป็นไอดอลของผมเหมือนกัน และก็จากการได้ร่วมงานกับเขาเนี๊ยะ ผมก็รู้สึกว่า เขามีความเป็นกันเองมาก และก็มีความเป็นมืออาชีพในการทำงาน แล้วได้ไปร่วมงานกันอย่างไร ? ผมไม่เข้าใจ ผมเห็นในข่าว แต่ผมไม่เข้าใจ คุณณัฐตอบว่า เป็นทางด้านของ Vaseline จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา สอบถามไปทางด้านของบริษัทต่างๆว่า ต้องการให้ใครเป็นส่วนนึง ของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จที่สุด
วู๊ดดี้ถามว่า แต่รู้สึก นอกจากคุณ จะยังมีอีก 2 คนใช่ไหมครับ ? ” คุณณัฐตอบว่า ใช่ครับ มี ปีเตอร์ แรงส์ ซึ่งเป็นนักฟุตบอลของ บางกอกกลาส ซึ่งเคยติดทีมชาติไทย และอีกคนก็คือ คุณ จ๊อบ ธาดา เขาเป็นนักช่างกล้องมีอาชีพ ซึ่งแต่ละคนที่ผ่านเลนส์ของคุณ จ๊อบ ธาดา ก็ดังเป็นพลุแตกทุกคนเลยครับ จริงๆผมตกใจมาก ที่ทางด้านของ Vaseline ติดต่อผมเข้ามาว่า คุณณัฐ เราของแสดงความยินดีด้วย ที่คุณได้เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ผมก็ตกใจว่า รู้จักผมได้ไง เพราะว่า เราไม่ออกสื่อ จนสุดท้ายเขาก็บอกว่า ทางด้านองค์กรต่างๆ ได้มีการแนะนำผมเข้ามา ว่าลองดูซิ ว่าคุณณัฐเนี๊ยะเป็นนักธุรกิจตอนนี้กำลังเป็นนักธุรกิจที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังเลยนะ ลองติดต่อคุณณัฐไหม ทางคณะกรรมการก็เลยเริ่มค้นหา Profile ผม สอบถามบริษัทต่างๆว่า บุคคลคนนี้มีชื่อเสียงยังไง มีความคิดความอ่านยังไง ทำไมถึงเป็นผู้ประสบความสำเร็จ แล้วก็ทำธุรกิจหลายอย่างขนาดนี้ สุดท้ายก็ เห็นว่า ผมควรจะได้รับตำแหน่งทางด้านนี้ วู๊ดดี้กล่าวว่า แต่ไม่ใช่แค่อาคารโรงเรียนนานาชาติ แห่งนี้ที่คุณเป็นเจ้าของ คุณยังเป็นเจ้าของอีกหลายธุรกิจด้วยกัน ซึ่งคุณผู้ชมเองก็ยังไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง ผมรู้ว่า คุณไม่ต้องการคายใช่ไหม ? แต่ผมบอกได้จัดเก้าอี้ไว้กลางสวนด้านล่าง เพราะคนทั้งประเทศต้องรู้ให้ได้ ว่าคุณนั้น มีอีกกี่ธุรกิจบ้าง
ช่วงหน้า อย่าพลาด การเปิดเผยธุรกิจทั้งหมดของผู้ชายคนนี้ ที่มีมูลค่านับหมื่นล้านบาท และมาฟังแนวความคิดที่สร้างแรงบันดาลใจ ที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตของคุณไปทั้งชีวิต 


ช่วงที่ 2 ของรายการ วู๊ดดี้..เกิดมาคุย
หายสงสัยกันไปแล้วนะครับ กับสิ่งก่อสร้างในสไตล์ยุโรปที่สวยงามย่านบางนา ก็คือ โรงเรียนนานาชาติ Berkeley ที่มีหนุ่มธุรกิจ วัยเพียงแค่ 35 ปีเป็นเจ้าของครับ และตอนนี้เราจะมาเปิดเผยทุกแง่มุมธุรกิจที่เขาสร้างขึ้น รวมถึงแนวคิดที่อาจจะทำให้คุณรวยขึ้นอีก ของผู้ชายคนนี้ครับ ณัฐพล จุฬางกูร
                คุณวู๊ดดี้ ถามว่า คุณณัฐพล เรารู้อยู่แล้ว ว่าคุณเป็นเจ้าของโรงเรียนนานาชาติ Berkeley แห่งนี้ แต่ยังมีอีกหลายธุรกิจที่คนไม่ทราบ และวันนี้คุณต้องเปิดเผยให้คนไทยทั้งประเทศได้รู้กันนะครับ คุณณัฐพล ( ทำท่าพยักหน้าและยิ้มอย่างเต็มใจ ) นอกจากโรงเรียนแล้ว มีอะไรอีก อย่างแรกคือ คุณณัฐพลตอบว่า สนามกอล์ฟครับ..ผมมีสนามกอล์ฟ 2 สนาม  วู๊ดดี้ย้ำ 2 สนามด้วยกัน..อันแรกอยู่ที่ไหนครับ ? ” ณัฐพลตอบว่า อันแรก เป็นชื่อ ซัมมิท กอล์ฟคลับ อยู่ที่บางนา ครับ วู๊ดดี้ถามอย่างแปลกใจว่า สนามกอล์ฟซัมมิท..นี่ของคุณหรอ ?!!? ” ณัฐพลตอบสั้นๆพร้อมกับพยักหน้าเล็กๆว่า ใช่ครับพ่อผมเคยตีที่นั่น แต่ผมไม่รู้ว่าเป็นของคุณ ต่อมาคือ... ? ( วู๊ดดี้กล่าวอย่างรวบรัด ) ณัฐพลตอบว่า ซัมมิท กรีนวัลเล่ย์ เชียงใหม่ อยู่ที่เชียงใหม่ครับอย่างที่ 3 คือ ณัฐพลตอบว่า หนังสือ..นิตยสารนะครับ ที่ชื่อ ซัมมิท ออนกรีนวู๊ดดี้ ถามเป็น..เกี่ยวกับ ? ณัฐพลตอบว่า ทำเกี่ยวกับ นิตยสารกอล์ฟคุณวู๊ดดี้ถามว่า แสดงว่า..เป็นคนที่ชอบกอล์ฟมากณัฐพลตอบว่า คุณพ่อ..ให้ฝึกเรียนตั้งแต่เด็กอ่ะครับคุณวู๊ดดี้ถามว่า จับไม้ครั้งแรก ตั้งแต่อายุกี่ขวบครับณัฐพลตอบว่า ประมาณ.. 10 ขวบอ่ะครับวู๊ดดี้กล่าวต่อไปว่า และไม่ใช่แค่นั้น มีอีก...? ณัฐพลตอบว่า มีทางด้านของ...อาคารสำนักงานให้เช่า วู๊ดดี้ย้ำกับผู้ชมรายการว่า อายุ 35 ปี นะครับคุณผู้ชม ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ มีอีก อะไรอีก.. ครับ ? ”ณัฐพลตอบต่อไปว่า เงินทุนหลักทรัพย์ ไอร่า และไม่ใช่แค่นั้นนะครับ มีอีกครับ.. โรงแรม ? ณัฐพลตอบว่า ซัมมิท พาวิลเลี่ยนอีกที่ พี่วู๊ดดี้กล่าวบอกว่า เยอะมากกก..  แล้ว เลอ เมอร์ริเดียน  นี่คือ อะไรครับ ? ณัฐพลตอบว่า เลอ เมอร์ริเดียน นี่เป็นโครงการที่โรงแรม ที่ตอนนี้ ผมมีการก่อสร้างอยู่ จะใช้เวลาประมาณ 15 เดือน ก็จะเสร็จ อยู่บางนาเนี๊ยะแหละครับ น้อยไปไหมครับ ธุรกิจของคุณและบ้านคุณ วู๊ดดี้กล่าวถาม.. ณัฐพลตอบแบบคิดๆว่า ผมมม..ก็ยังคิดว่า ผมยังสามารถต่อยอดทำธุรกิจอย่างอื่นได้อยู่นะครับ เพราะว่า..ผมคิดว่า  ผมชอบงานทางด้านของบริการ เมื่อเวลาที่..เออผมสำเร็จ จากทางด้านของธุรกิจหนุ่งแล้วเนี๊ยะ ผมก็จะพยายามคิด มีเป้าหมายใหม่ๆ มาให้เราได้ทดลองฝีมือเสมอๆ ก็คิดว่า อีกหน่อย..ก็คงจะมีเป้าหมาย แล้วก็มีธุรกิจอื่นๆอีก ที่เกิดขึ้นให้เป็น Talk of the town เมื่อคุณวู๊ดดี้ได้ฟังคำตอบ ก็ทำหน้าเหรอหรา และตั้งใจฟังคำตอบทุกประเด็น หน้าตาแบบว่า.. ( ประมาณว่า คนอะไร สามารถทำได้หลายอย่างขนาดนี้ แบบว่า..เก่งมากๆ ) พี่วู๊ดดี้จึงพูดต่อว่า พูดตรงๆนะ....ผมว่า มันโอเวอร์อ่า คือ ไม่ใช่ คุณโอเว่อร์นะ..แต่ว่า ชีวิตมันโอเว่อร์จริงๆอ่ะ เคยรู้สึกปะ ว่ามันน..เหมือนกับว่า เราเป็นเจ้าของทุกอย่างไหม มันรู้สึกก..เหมือนกับว่า เรามีอำนาจทำทุกอย่างเลย คุณณัฐพล พยักหน้าและยิ้มเล็กๆรับ เสมือนค่อนข้างเข้าใจในสิ่งที่คุณวู๊ดดี้คิดและพูดออกมาทุกคำ ณัฐพลตอบว่า ของผมเนี๊ยะ..เป็นลักษณะเหมือนทำตามใจฝัน ก็คือ เป็นสิ่งที่มีความใฝ่ฝันคือ..พอผมทำฝันอันนี้สำเร็จ ผมก็ไปต่อยอดอีกฝันนึงทางด้านของการลงทุนเนี๊ยะก็..ไม่ใช่แบบของลงทุนก้าวกระโดด ก็คือ ตูมเดียว เพราะว่า เราเนี๊ยะ ต้องอดออมไว้เหมือนกัน ในลักษณะที่ว่า อย่างที่ทางด้านของธุรกิจ เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นที่ไม่คาดฝัน ทางด้านของเศรษฐกิจไม่ดี หรือการเมือง หรือ crisis ต่างๆลักษณะอย่างเนี๊ยะ เราก็ยังมีเงินอยู่อีกก้อนนึง ที่ยังสามารถรันธุรกิจอืนได้ หรือว่า เก็บออมไว้ในลักษณะที่ว่า เผื่อว่า คนที่บ้านเจ็บป่วยอะไรอย่างเนี๊ยะ..อ่ะครับ
                รายการวู๊ดดี้ เกริ่นต่อ..หลังจาก ดูแลธุรกิจของครอบครัว ณัฐพลก็ผันมางานตัวเองมาทำงานด้านบริหารตามที่ใจตัวเองได้ฝันไว้ อย่างเต็มตัว อย่างธุรกิจสนามกอล์ฟ ที่เริ่มต้นจากการ ชอบเล่นกอล์ฟ หรือว่า จะเป็นโรงเรียนนานาชาติ และรวมไปถึงธุรกิจโรงแรมด้วยครับ ต้องขอบอกคุณผู้ชมนะครับว่า คุณณัฐ หรือ คุณณัฐพล จุฬางกูร เป็นลูกชายลำดับที่สามของตระกูลจากลูกชายทั้งหมด 6 คน ซึ่งคุณพ่อ ก็คือ คุณสรรเสริญ จุฬางกูรครับ ผู้ก่อตั้งบริษัท ซัมมิท คอร์ปอเรชั่น ผลิตชิ้นส่วนยางอะไหล่รถ รวมถึงธุรกิจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์มูลค่านับหมื่นล้านบาท และถูกจับเป็นอันดับมหาเศรษฐีไทยที่รวยที่สุด 20 อันดับ
                วู๊ดดี้กล่าวต่อ คือ ถ้าว่า..วันนี้คุณไม่มีคุณพ่อคุณแม่ ไม่มีครอบครัวคุณเนี๊ยะนะฮะ คุณจะมีวันนี้ไหม ?  ณัฐพลตอบว่า ถ้าพูดถึงเรื่องการทำงาน ผมว่า มี เพราะผมคิดว่า ผมมีความตั้งใจที่จะทำงาน แล้วก็มีเป้าหมายที่ชัดเจน เพราะทุกวันนี้เงินที่ใช้เป็นลักษณะของการต่อยอดจากธุรกิจหลัก ส่วนทางด้านธุรกิจอื่นๆที่เราแยกยอดออกมาทำเนี๊ยะ เป็นเงินที่เราเนี๊ยะ..กู้มาจากทางด้านของพ่อแม่ เราจะต้อง..เอาดอกเบี้ยเนี๊ยะคืนพ่อแม่เหมือนกัน วู๊ดดี้ถามต่อว่า จริงไหม ? ที่คุณอายมาก บางทีไม่อยากให้คนรู้ว่า คุณพอมีจะกิน ? ณัฐพลตอบว่า ผมเนี๊ยะ รู้สึกว่า..ตัวเองเป็นคนธรรมดาจริงๆ ธรรมดาทั่วไป ก็คือ ไม่ต้องการ การอวดร่ำอวดรวย เพราะผมก็ไม่รู้ว่า อวดรวยไปแล้ว มันจะได้อะไร ผลที่ได้มันคืออะไร การเยินยอจากทางด้านของคนรอบข้างเหรอ ที่จะบอกว่า เออ..คนๆนี้ดี คนนี้รวย ผมอยากให้คนเนี๊ยะ รู้จักผมที่ทางด้านของ ผมประกอบธุรกิจอะไร หรือผมมีวิสัยทัศน์ที่ดีอย่างไร แต่ไม่อยากให้คนมาแนะนำผมว่า อ๋อ..คนๆเนี๊ยะมีเงินเป็นพันล้านหมื่นล้าน
วู๊ดดี้ถามต่อว่า เคยต้องทำอะไรเพื่อสร้างภาพ ? ” ณัฐพลตอบว่า ไม่มีเพราะทุกวันนี้ ผมก็ไม่จำเป็นอะไรที่ต้องสร้างภาพ เพราะว่าอะไร เพราะว่า ผมเนี๊ยะ รู้สึกว่า ตัวเองเนี๊ยะเป็นคนธรรมดา แล้วก็ ไม่ได้พิเศษพิโสอะไรกับคนอื่นเลย ผมก็ใช้ชีวิตแบบธรรมดา ทุกวันนี้ ผมไปกินข้าวที่ตลาดแถวบ้านมากกว่าไปกินข้าวที่โรงแรมภัตตาคารระดับห้าดาวอีกนะครับ วู๊ดดี้ถามต่อว่า เพราะว่ามันสุขกว่า..หรือยังไงครับ หรือมันอร่อยกว่า ? ” ณัฐพลตอบว่า คือ ผมรู้สึกว่า ผมชินกับสิ่งแบบนั้นมากกว่า และก็เป็นสิ่งที่..ผมเป็นคนชอบข้าวแกงอาหารตามสั่งมาก ซึ่งผมไม่จำเป้นต้องไปกินสเต็ก หรือ สปาเก็ตตี้ตามโรงแรมต่างๆ จำได้เห็นรูปคุณเนี๊ยะก่อนหน้าเนี๊ยะ ทีมงานเอามาให้มีอยู่ช่วงนึงอยู่เมืองนอกอ้วนมาก แล้วก็ลดลงมายังไง ?..วู๊ดดี้ถามต่อ ณัฐพลตอบว่า ก็ออกกำลังกายครับ วู๊ดดี้บอกว่า “ 5 โล กี่โลนะครับ ?!!? ” ณัฐพลพยักหน้าและย้ำว่าใช่ “ 5 โล 5 โล วู๊ดดี้บอกว่า ออกกำลังกาย ?!!? ” ณัฐพล คือ ใช่ ออกกำลังกาย คือ ทุกอย่างเนี๊ยะ ในแต่ละวัน เหมือนมีวินัยในตัวเอง วู๊ดดี้บอกว่า คือ วู๊ดดี้ สังเกตเห็นว่าคุณจะเป็นคนที่จะต้องเป๊ะ! เนี๊ยบมากเอาอย่างนี้ดีกว่า และอายุคุณเพียงแค่ 35 แต่หน้าคุณเนี๊ยะ ยังเด็กมากกก ตอบผมตรงๆนะ ทำศักยกรรมหน้ามาหรือเปล่า ? ” คุณณัฐตอบว่า ไม่มี ไม่มี ไม่เคยทำเลยทำจมูกมาเปล่า ? คุณณัฐตอบว่า ไม่มีปาก ? คุณณัฐตอบว่า ไม่เคยหน้าผาก ไม่เคย จะทำไปทำไหม ไม่เคย ผมดูดีอยู่แล้ว ( คุณณัฐ ตอบแบบอมยิ้ม ) คุณวู๊ดดี้หัวเราะ ชอบใจกับคำตอบ เฮ้!!ผมชอบคุณนะ คุณดูแลรักษาใบหน้ายังไงอ่ะ  คุณณัฐตอบว่า อย่างแรกก็คือ เราต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับใบหน้า และก็รักษาความสะอาดหน้าอยู่สม่ำเสมอนะครับ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของการออกกำลังกาย เลือก ผลิตภัณฑ์ หรือว่า อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย คือของผมเนี๊ยะในลักษณะของการทำงานก็ต้องทำงานให้เต็มที่ ถ้าว่าการพักผ่อนก็ต้องพักผ่อนให้เต็มที่เหมือนกัน จึงสามารถปิดสวิตซ์ตัวเองได้เลย วู๊ดดี้ คุณไม่นึกถึงงานเลยคุณณัฐตอบว่า ไม่นึกเลย มันเป็นเวลาว่าง..ซึ่งผมควรใช้ชีวิตกับเวลาว่าง  ” วู๊ดดี้ แต่บางคน ทำไม่ได้ไง เขากลับบ้านไป ก็ยังนึกถึงงานที่ยังค้างคา สมมติว่า เข็นรถขายของเสร็จเนี๊ยะ กลับไปก็ยังนึก ว่าเอ๊ะ!พรุ่งนี้ยังจะหาเงินได้ไหม ? มันจะปิดสวิตซ์ยังไงอ่ะคุณณัฐ คุณณัฐตอบว่า พวกนี้ มันต้องเป็นลักษณะ เหมือนมีวินัยในตัวเองอ่ะครับ คือ มันต้องทำให้เคยชิน ทุกอย่างเดี๋ยวมันก็มาเองอ่ะฮะ  ” คุณวู๊ดดี้ถามว่า หน้าที่กับการงาน ถามตรงๆว่ามันต้องไปด้วยกันไหมครับ ?  ” คุณณัฐตอบว่า ต้องไปด้วยกัน มีความสัมพันธ์กัน วู๊ดดี้ จริงหรอ ? คุณณัฐตอบว่า ใช่ อย่างหน้าตานี่มันเป็น First Impression ที่เราเห็นตอนแรก ทางด้านของผิวหน้าเนี๊ยะก็มีความสำคัญ ก็คือ ผิวหน้าจะช่วยในเรื่องของ..ไม่ว่าจะเป็น การที่แต่ละคนอยากที่จะเข้าใกล้ ผิวหน้าเราก็ต้องมีความสะอาดสะอ้าน เราก็จะมีความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งความมั่นใจตัวเอง จะส่งเสริมให้เกิดบุคลิกภาพที่ดี ”  วู๊ดดี้ฟังจบปุ๊บก็เอ่ยอย่างชื่นชมว่า โอ้โห..ผมว่า..ผมเลือกคนถูกแล้วนะ จริงๆ ที่ไม่มีใครที่จะเหมาะเป็น Endorser เท่ากับตัวคุณแล้ว เพราะดูเหมือนจะอินมากก เกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาถึงไม่เลือกเราไง เพราะเราไม่ได้อินอ่ะ เพราะผมไม่ค่อยได้ดูแลใบหน้า  คุณณัฐพูดหยอกวู๊ดดี้ ปีหน้าได้ครับคุณวู๊ดดี้..ผมว่า ( ยิ้มๆ ) วู๊ดดี้บอกว่า ไม่แน่..ปีหน้าอาจจะได้ ต้องฝากไว้หน่อย 1 ปีจากนี้ไปผมจะพยายามดูแลใบหน้าตัวเองให้ได้มากที่สุด อย่างน้อยก็จะได้ตำแหน่งเท่ากับคุณ คุณรับสมุครพนักงานแล้ว รับสมัครแฟนด้วยไหมครับทุกวันนี้ ? ”
                รายการกล่าวปิดท้ายช่วงที่ 2 ช่วงหน้าอย่าพลาดครับ สำหรับแนวความคิดจากปากของนักธุรกิจที่กำลังมาแรง เขา..จะมาเปิดเผยเคล็ดลับ ความสุขซึ่งจะนำไปสู่ความฝันและความสำเร็จของหลายๆคน ห้ามพลาดครับ !!

ช่วงที่ 3 ของรายการ วู๊ดดี้..เกิดมาคุย
วู๊ดดี้เกริ่นเข้าช่วงที่ 3 ของรายการ หลังจากที่เรารู้จักตัวตนของหนุ่มนักธุรกิจที่กำลังฮอต และเป็นไอดอลของคนรุ่นใหม่กันไปแล้ว ตอนนี้ผมจะมาเจาะลึก คุณณัฐพล นะครับ ถึงแง่คิดที่จะสร้างแรงบันดาลใจ  ให้คนทุกคนนั้นมีกำลังใจ เพื่อจะนำไปสู่ความสุขและความสำเร็จ ตั้งใจฟังให้ดีครับ
ช่วงที่เราได้พักกองถ่าย ก่อนเราได้มานั่งคุยกัน ทีมงานของผมคนนึงได้บอกว่า จริงๆคุณมี Facebook ในการค้นหาพนักงาน มันคือยังไง ? คุณณัฐตอบว่า ในทางด้านของ Facebook  เนี๊ยะเป็นช่องทาง จะได้เห็นทางผม หรือไอดอลอีก 2 คน เป็นลักษณะของ Realtime มีการอัพเดรทของการทำงานจริงๆ มีคุณ แล้วก็มี คุณจ๊อบ ธาดา และก็ คุณปีเตอร์ แรงส์วู๊ดดี้ ทั้งสามคน จะเห็นการทำงานกันจริงๆและผมต้องทำไง ผมต้องเข้าไปหน้า facebook.com คุณรับสมัครพนักงาน แล้วรับสมัครด้วยไหมครับทุกวันนี้ ? วู๊ดดี้ถาม คุณณัฐพลตอบวู๊ดดี้ไปว่า ไม่ครับ เพราะทุกวันนี้ผมมีแฟนอยู่แล้ว ( ตอบทำไมถึงชัดเจนขนาดนี้.. 555 ) คำถาม คือ คุณรับสมัครพนักงาน แล้ว..รับสมัครภรรยาด้วยไหมครับ วู๊ดดี้ถามย้ำ ( โอ๊ยยย!! พี่วู๊ดดี้จะถามย้ำทำไมเนี๊ยะ เล่นหญิงไทยใจสลายกันทั้งหมดเลย ว๊ากกก..!! 555  ) คุณณัฐตอบแบบคิดๆว่า ภรรยา..ก็ตอนนี้กำลังเปิดรับสมัครอยู่ครับ วู๊ดดี้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แทนผู้ชมและกล่าวว่า เปิดรับสมัครอยู่ ? ว่าได้ข่าวว่าสร้างเรือนหอแล้ว ใช่ไหมครับ ? คุณณัฐยิ้มๆและยอมรับว่า ใช่ครับบ!! ว้าวววววววววว....หัวใจกลับมาพองโตได้อย่างรวดเร็ว 555 ปัจจุบันก็ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะครับ วู๊ดดี้ถามต่อ แต่ไม่ได้แต่งงาน มันยังไงนะคุณ ? ” คุณณัฐตอบว่า ก็คือ จริงๆแล้วเนี๊ยะ บ้าน ปัจจุบันที่สร้าง ผมมีโครงการที่จะสร้างบ้าน และผม..และตอนนี้ผมก็กำลังดูใจกับแฟน ก็เลยคิดว่า ถ้าเกิดสมมติแต่งงานกันแล้วเนี๊ยะ ซึ่งจริงๆแล้วต้องถามเจ้าตัวก่อนนะครับ ว่าจะแต่งงาน หรือ จะยอมสละโสดกับผมไหม ก็คิดว่า บ้านที่ผมสร้างอยู่เนี๊ยะนะครับ จะเป็นเรือนหอของผมในอนาคต ( อ้าวไหงเป็นงั้น มีแฟนแล้วซะเนี๊ยะ ไม่เป็นไรยังไม่แต่ง ยังมีหวัง กร๊ากกก.. ล้อเล่นนะ แต่วงเล็บเล็กๆ ว่าแอบมีหวัง ) และเขาได้เห็นหรือยัง แฟนคุณ ? ( แหมม!!..พี่วู๊ดดี้ถามตรงใจเลย อิอิ ) คุณณัฐพลตอบว่า เขาได้เห็นแล้ว..เขาได้เห็นแล้ว คุณวู๊ดดี้ถามต่อว่า..และเขารู้ไหมว่าจะเป็นของเขา ? คุณณัฐอมยิ้มแล้วตอบว่า อันนี้..ผมก็ไม่ทราบนะ แต่ว่า ก็พาไปดู และพาไปเลือกของใช้ เลือกพวกเฟอร์นิเจอร์ด้วยกันนะฮะ วู๊ดดี้ถามว่า ถ้าวันนี้ คุณไม่มีโรงเรียน..ไม่มีธุรกิจ ไม่เป็นเจ้าของธุรกิจของบ้านผมแล้วเนี๊ยะ..ไม่เป็นคุณทุกวันนี้เนี๊ยะ ไม่มีเงินเลยเนี๊ยะ มีอยู่แค่หมื่นนึงในบัญชีคุณคิดว่า คุณสุขได้ไหม ? คุณณัฐตอบว่า ผมคิดว่า ผมมีความสุขได้ ตราบใดที่ผมมีครอบครัว และมีคนมีคนรัก..ที่รักเรา ..รักผม คิดว่า เรื่องเงินไม่มีความสำคัญอะไรเลย เรื่องความผูกพันมากกว่า ที่จะเป็นสิ่งที่ยืนยาว และทำให้เรามีความสุขอย่างแท้จริง วู๊ดดี้พูดว่า เขาบอกว่า เวลาที่ได้เงินมาเนี๊ยะ..มันจะทำให้คนเรามีความสุข..มากก..และจะไม่ทุกข์อีกเลย คุณณัฐรีบตอบทันทีว่า ไม่จริง..ไม่จริงเลย เพราะว่า..จริงๆมันจะทุกข์หรือจะสุขมันอยู่ที่ใจของเราเอง ถ้าใจสุข มันก็สุข แต่ถ้าใจเป็นทุกข์..ยังไงมันก็เป็นทุกข์ครับ วู๊ดดี้ถามต่อว่า ปีนึง คุณจะมีหนึ่งฝัน คุณณัฐยิ้มๆกล่าวตอบว่า ก็ประมาณนั้น..แหละครับ และทำอย่างไร..ให้มันไปได้ถึง ? คุณณัฐแนะนำว่า หาตัวเองให้เจอก่อน ว่า..ตัวเองน่ะชอบอะไรฝันที่อยากจะเป็นอะไร แล้วก็เดินไปตามใจฝัน บางคนเขาพูดบอกว่า เขาอยากเปิดร้านอาหาร แต่เขาไม่มีความรู้เรื่องการทำกับข้าวเลย ควรไหม ? คุณณัฐตอบว่า ควรไหม ?
ผมว่า ควร เพียงแต่ว่า คุณต้องไปศึกษา ถึงประสบการณ์จากร้านอื่นๆ หรือ คนที่เชี่ยวชาญ เพราะว่า คุณต้องมีความสามารถในการเดินตามความฝันของคุณ เพราะถ้าเกิดคุณไม่มีฝัน ทุกอย่างมันก็ล้มเหลวเหมือนคุณไม่มีค่าไรเลยในชีวิต แต่ว่า มนุษย์เราทุกคน มันต้องมีฝันเหรอ วู๊ดดี้ถาม ? คุณณัฐกล่าวตอบว่า ใช่ๆ วู๊ดดี้บอกว่า แล้วถ้าเกิด คนใช้ชีวิตแบบไม่มีฝันอ่ะ คุณณัฐกล่าวตอบว่า มันก็เหมือนกับคนร่องรอยไปวันๆ ก็ไม่รู้ว่า วันนึงจะทำอะไร หรือว่า..คนที่มีธุรกิจก็ไม่รู้ว่า ถ้าเกิดตัวเองไม่มีฝัน ก็ไม่รู้ว่าจะทำธุรกิจนี้ต่อไปทำไหม และมันก็ไม่มีแรงบันดาลใจในการที่จะทำฝันต่อๆไป วู๊ดดี้ ฟังคำแนะนำ และพูดว่า น่าคิดเหมือนกันนะครับ ที่ว่าในทุกๆวันนี้ เราหาเช้ากินค่ำ เช้าชามเย็นชาม เราเคยถามตัวเองบ้างไหม..ว่าเรามีฝันอะไรบ้าง หรือแค่ทำงานไปวันๆให้มันจบไป และชีวิตมันก็จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่มันไม่ถึงฝั่งเสียที มันน่าคิดเพราะผมว่า มันไม่ใช่เงินอย่างเดียว มีเงินกี่พันล้านก็ตาม แต่ถ้ามันไม่มีฝัน หรือ มันไม่มีแรงจูงใจเนี๊ยะ มันก็ไม่ได้ไปไหน ถูกไหม ? ” คุณณัฐตอบรับวู๊ดดี้ว่า ใช่ มันก็อยู่กับที่ ทุกอย่างก็อยู่กับที่ เพราะว่า คุณมีเงินเป็นพันล้าน แต่คุณก็ไม่รู้จะใช้อะไร คุณก็เหมือน เออ..ใช้เงินซื้อความสุขของคุณทั่วไป แต่จริงๆแล้วความสุขระยะยาว ก็คือ การที่ได้ทำตามใจฝัน เออ..สร้างสิ่งที่ตัวเองต้องการ วู๊ดดี้ฟังคำแนะนำของคุณณัฐแล้วกล่าวว่า ขนลุกมาก คนเราเนี๊ยะจะต้องมีความสุขก่อน ถึงจะประสบความสำเร็จ แต่ว่า ไม่ใช่ว่า..เงินหรือความสำเร็จ จะนำไปสู่..ความสุข จริงไหมครับ ? ” คุณณัฐตอบว่า ใช่..จริง มันต้องมาจากความสุขก่อน ผมเชื่อ.. ( คุณณัฐกล่าวฟันธง อย่างมั่นใจ )
วู๊ดดี้กล่าวปิดท้ายว่า ดังนั้น..ถ้าเกิดว่าเราใช้ชีวิตแบบทุกข์เนี๊ยะ เราจะไม่มีทางพบกับความสุขนั้นถูกไหม ? คุณณัฐตอบว่า ใช่..อย่างที่ผมบอกว่า ถ้าใจคุณเป็นทุกข์..ยังไงคุณก็เป็นทุกข์ คุณก็ไม่มีทางมีความสุข วู๊ดดี้กล่าวต่อว่า และถ้าหากคุณไม่มีความสุข คุณก็จะไม่มีสมอง..ที่จะทำในสิ่งที่คุณรัก แล้วก็ต่อเงินได้อีกจากตรงนั้น.. คุณณัฐตอบรับว่า ใช่..แปลว่า มีเงินเป็นพันล้านก็ไม่ทำให้คุณสุขได้ วู๊ดดี้ถาม คุณณัฐตอบรับว่า ใช่..เพราะถ้าหากคุณมีเงินเป็นพันล้าน แล้วคุณไม่สามารถ..มีครอบครัวที่อบอุ่น หรือ คุณอาจจะ..อ่ะ ยกตัวอย่างอย่างเช่น..ครอบคัรวนึงมีเงินเป้นพันล้าน มีรถหลายสิบคันเลย แต่คุณจะต้องไม่มีคนรักหรือไม่มีคนที่ห่วงใยคุณ คุณนอนเจ็บอ๊อดๆแอ๊ดๆอยู่บนเตียง กับอีกครอบครัวนึง ธรรมดารู้สึกว่า ครอบครัวนั้น หาเช้ากินค่ำ เช้าชามเย็นชาม แต่ว่า เขามีความสุข กับทางด้าน เขาได้กลับมา แล้วมีความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว รวมถึงมีอาหารให้กินทุกมื้อ ผมคิดว่า..แค่นี้ ก็มีความสุขสำหรับครอบครัวที่สอง คุณวู๊ดดี้กล่าวว่า ขอบคุณมากครับที่จุดไฟ จุดประกายให้กับทุกคนในค่ำคืนนี้ คุณณัฐพล จุฬางกูร ขอบคุณมากครับ ” 

ยังมีเรื่องราวเจาะลึกเพิ่มเติมของอภิมหาเศรษฐีหนุ่มของไทยอีกมากมายรอคุณอยู่ที่นี่ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ห้องสนทนา